KKP ดอกเบี้ยโต-ตั้งสำรองลดหนัก ไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 50% ที่ 2,033 ล้านบาท
ธ.เกียรตินาคิน กำไรไตรมาส2/65 เติบโต 50% ผลจากรายได้ดอกเบี้ยเติบโต และตั้งสำรองลดลงจำนวนมาก พร้อมประเมินแบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย 1.50% ในปี 2565
ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ชื่อหลักทรัพย์ KKP รายงานผลประกอบการธนาคารและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 2,033 ล้านบาท เติบโต +50.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการดำเนินงาน รวม 6,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง -4.6% จากไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนรายได้ดอกเบี้ย และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจให้สินเชื่อตามการขยายตัวของสินเชื่อ
KBANK ยังโตต่อ Q2/65 กำไร 10,794 ล้านบาท รับรู้รายได้ดอกเบี้ย จับตาเงินเฟ้อ
SCB กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 14% คาดครึ่งปีหลังขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ อยู่ในระดับ 4,475 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 681 ล้านบาท หรือ +18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายตัวได้ดีของสินเชื่อรวม +9.7% รวมถึงรายได้ดอกเบี้ยเช้าซื้อและสัญญาเช้าเงินปรับเพิ่มขึ้น +25.3%
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 1,672 ล้านบาท ลดลง -13.9% จากช่วงเดียวการของปีก่อน เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง -13.5% ตามสภาวะความไม่แน่นอนของตลาดทุน ขณะที่รายได้จากธุรกิจวานิชธนกิจชะลอลงตามสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกรรม
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน อยู่ที่ 2,818 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเดียวกับพนักงานและค่าโฆษณา รวมถึงส่งเสริมการขาย
โดยผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น มีจำนวน 812 ล้านบาท ลดลง 41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งลดลงเป็นไปตามคุณภาพสินเชื่อที่ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ดี
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2565 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 494,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58,177 ล้านบาท หรือ +13.3% จากสิ้นปี 2564 และมีหนี้สินรวม 441,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +14.6% จากสิ้นปี 2564
นอกจากนี้ KKP ประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2565 เป็นไปอย่างเปราะบาง และแตกต่างกันมากในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมและพื้นที่ เนื่องจากการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ คาดว่าทั้งปีนักท่องเที่ยวจะอยู่ที่ประมาณ 6.1 ล้านคน ต่ำกว่าก่อนเกิดโควิด-19 ที่เคยมีถึง 40 ล้านคนต่อปี
ทั้งนี้คาดว่าการบริโภคภาคเอกชนและการลงทุนน่าจะสามารถกลับมาเติบโตได้หากสถานการณ์โควิด-19 ไม่ยืดเยื้อ และไม่มีมาตรการปิดเมือง ด้านส่งออกชะลงตัวลงตามเศรษฐกิจโลก จากเงินเฟ้อพุ่งสูงและปรับอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีอัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงอยู่ที่ 6.47% ที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งสัญญาณให้ความกังวลกับปัญหาดังกล่าว ประกอบกับค่าเงินบาทอ่อนค่าลงตามส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับสหรัฐฯที่กล้างมากขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 1.50% ในปี 2565
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ KKP งวดครึ่งปี สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2565
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB